Knowledge
โรงงานพลาสติก ขวดพลาสติก บรรจุภัณฑ์ | K.V.J. Union Co., Ltd.

News & Updates

Archive for Knowledge

แนวโน้มตลาดเครื่องสำอางไทยปี 2014

แนวโน้มตลาดเครื่องสำอางไทยปี 2014 เครื่องสำอางไทยส่งออกพุ่ง

นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทยระบุแนวโน้มของอุตสาหกรรมฯ ในไทยยังสดใส ต่างชาติพร้อมลงทุนหากสถานการณ์ทุกอย่างสงบ ชมเปาะ อย. ช่วยดันเครื่องสำอางจากไทยส่งออกง่ายขึ้น นางเกศมณี เลิศกิจจา นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาภาพรวมของการส่งออกอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มบุกตลาดต่างประเทศอาจมีชะลอไปบ้าง ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่วนผู้ประกอบการที่ได้ส่งออกมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ยังคงส่งออกได้อย่างต่อเนื่องไม่มีปัญหาติดขัดแต่ประการใด สำหรับการส่งออกเครื่องสำอางของไทยไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนจะอยู่ที่ 37% ขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 30% ส่งออกไปยังยุโรปและออสเตรเลียอีก 5% อื่นๆ อีก 26% ซึ่งการส่งออกไปยังประเทศจีนเริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเครื่องสำอางในกลุ่มสมุนไพร ที่ได้รับความนิยมจากคนจีนเป็นจำนวนมาก และอุตสาหกรรมเครื่องสำอางยังสามารถทำรายได้ให้กับประเทศคิดเป็น 2.2% ของจีดีพีประเทศไทยอีกด้วย ขณะที่ภายหลังจากการเปิดประชาคมอาเซียนในปี 2558 ที่กำลังจะเกิดขึ้น ธุรกิจเครื่องสำอางจะแข่งขันกันรุนแรงอย่างแน่นอน เนื่องจากการติดต่อค้าขายที่ไร้พรหมแดน โดยทางประเทศไทยมีคู่แข่งในอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ โดยยังคงมีนักลงทุนต่างชาติอีกหลายประเทศที่ต้องการเข้ามาลงทุนใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิต ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของไทยที่จะเอื้อต่อการตัดสินใจมากน้อยเพียงใด ขณะที่แบรนด์ไทยในตอนนี้มีอยู่ประมาณ 1,000 ราย แต่ไม่ค่อยมีการสร้างแบรนด์มากเท่าที่ควร หรือมีอยู่ไม่กี่ร้อยรายเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดี หน่วยงานจากทางภาครัฐมีการสนับสนุนอุตสาหกรรมเครื่องสำอางเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นองค์การอาหารและยา หรือ อย. ก็ได้ช่วยปรับกฎระเบียบให้เอื้อต่อผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องสำอางในการส่งออกให้ง่ายขึ้น รวมถึงยังได้ช่วยออกเอกสารที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการเมื่อต้องไปจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศอีกด้วย.

 

Credit: Thaipost and Posttoday

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (1) →

แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ 2014

แนวโน้มการออกแบบบรรจุภัณฑ์ 2014 – The Packaging Design Trend 2014

No matter how much people rely on social media and emails to communicate, the one thing that they’ll never stop needing is packaging. Packaging is just as important as the product itself, and it goes a long way toward convincing customers that they want what’s inside.

แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ 2014 (1)

Most people don’t think about the packaging on the products they purchase or the boxes that those products are mailed in. But it has a tremendous impact, and just like any industry, the packaging industry is subject to trends  and developments. Here are some of the exciting new developments to watch for in 2014.

1. แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ 2014: เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

The green movement is continuing to gather strength, and environmentally friendly packages are a great way to make inroads with concerned customers. As a result, many businesses are looking toward investing in packages that are environmentally friendly either because they are biodegradable or made from recycled products. It makes for a great selling point and reduces consumer guilt about buying products in packages.

แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ 2014 (1)

2. แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ 2014: หลายการใช้งาน

Sometimes people buy products just as much for the bonuses as they do for the actual product. Packages that serve multiple uses are going to be even more popular in 2014. Even if the packaging itself isn’t environmentally friendly, a product that has a package with multiple uses will still be seen as superior to one that only contains the product. The packaging design needs to make the multiple uses clear, though, or else this trend won’t succeed.

3. แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ 2014: การใช้ Mascot

When it comes to cartoon characters, creative packaging can turn a boring product package into an exciting must-have option. McDonald’s realized this long ago with their Happy Meals designed to look like little houses, complete with cutout doors for the Cabbage Patch dolls. But for quite some time, those creative packaging options relied primarily on simple box shaped designs.

With breakthroughs in the printing industry including 3D printing, such limitations won’t be as big of an issue in 2014. This means that businesses that want to explore more creative options for mascot incorporation will be able to do it.

4. แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ 2014: ผิวด้าน

From Glamour magazine to the pamphlet “Projected Business Trends in Indiana for 2014,” the matte finish looks to be one of the more common design elements in packaging. It isn’t as sleek or as stylish as a polished finish, but it isn’t tacky either. Visually, it stands out. Bright colors can be used, but they aren’t as overpowering because the matte subdues them.

แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ 2014 (3)

5. แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ 2014: การออกแบบเรียบง่าย

The minimalist design movement has made some of the biggest waves in the web design community, particularly on mobile websites and iOS platforms. Simple black-and-white photography and flatted UIs have created a whole new palette. For businesses with products to sell from their websites, matching the packaging design with the web design can be a great step. An added benefit is that the minimalist design tends to be less expensive to print, which also makes it popular.

Packaging isn’t going to go away any time soon, but it is going to keep developing. 2014 looks to be an exciting time with new trends. Packages that are environmentally friendly while also having multiple uses will likely develop. The functional form that benefits the seller as much as the consumer will also probably make its showing and increase in popularity, particularly as it resolves common problems for shop owners. Of course, packaging trends for 2014 will also extend to safety measures along with product variation changes to indicate expiration or tampering. And design changes will likely move toward the matte finish as well as the minimalist design. Look for packaging to be more exciting than ever.

 

แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ 2014 (4)

6. แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ 2014: เขียนลวดลายแบบอักษรมือเปล่า (Freehand Fonts)

This trend characterizes itself for its handwritten and carefully “untidy” fonts, which address to the consumer in a friendly and authentic tone. Casual, informal and cool designs that look fresh and spontaneous. Decorative fonts and touching illustrations humanize the product and makes it look handmade. A graphic resource that was used only by few products focalized on a reduced group of consumers; today is gaining adepts and acceptation between consumers.

In an attempt to move away from massive and industrial products, these packaging designs align themselves with a tendency that appreciates origin along with handcraft products, opposite to the artificial imagery associated with industrial manufacture process. Today, human is not only about warmth, it is also a sign of authenticity.
แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ 2014 (8)

7. แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ 2014: แสดงความเด่นของผลิตภัณฑ์ด้วยผลิตภัณฑ์

This trend sets an integration between product and graphic elements in order to seek a playful approach to the product. Flat graphic elements combine with 3D pictures to achieve an abstraction from reality that is both attractive and differentiating.

As a result, the product gains significance to strengthen its values, inviting the consumer to a different experience. Reality and fiction combine themselves resulting in a magical graphic solution. These are just some of the many aesthetic trends we can find nowadays in packaging design worldwide. Each of them has singularities but they all converge in the seeking for differentiation and segmentation in a world of consumers demanding constant innovation.

แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ 2014 9)

 

Credit: thedeependdesign.com / thedieline.com (แนวโน้มบรรจุภัณฑ์ 2014)

 

 

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

บรรจุภัณฑ์อาหาร บรรจุภัณฑ์พลาสติก

บรรจุภัณฑ์พลาสติกในปัจจุบันนี้มีพลาสติกที่กันอยู่เป็นร้อยๆ จำพวก และแต่ละจำพวกยังอาจแยกตามน้ำหนักโมเลกุลและความหนาแน่น ตัวอย่างพลาสติก PE (Polyethylene) สามารถแยกได้ตั้งแต่ LLDPE (Linear Low Density Polyethylene) , LDPE (Low Density Polyethylene) , MDPE (Medium Density Polyethylene) และ HDPE (High Density Polyethylene) พลาสติกแต่ละประเภทยังสามารถเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติโดยการทำปฏิกิริยากับพลาสติกอีกตัวทำให้เกิดพลาสติกใหม่เกิดขึ้น นอกจากนี้กระบวนการผลิตที่แตกต่างกันจะได้พลาสติกที่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น PP กับ OPP เป็นต้น

(1) บรรจุภัณฑ์อาหาร โพลิเอทิลีน (Polyethylene – PE)

PE นับเป็นพลาสติกที่มีการใช้มากที่สุดและราคาถูก สืบเนื่องจาก PE มีจุดหลอมเหลวต่ำ เมื่อเทียบกับพลาสติกอื่นๆ ทำให้มีต้นทุนในการผลิตต่ำ PE ผลิตจากกระบวนการโพลิเมอไรสเซชั่น (Polymerisation) ของก๊าซเอธิลิน (Ethylene) ภายใต้ความดันและอุณหภูมิสูงโดยอยู่ในสภาวะปราศจากตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะ (Metal Catalyst) การจับตัวของโมเลกุลในลักษณะโซ่สั้นและยาวจะส่งผลให้ PE ที่ได้ออกมามีความหนาแตกต่างกัน PE แบ่งเป็น 3 ประเภทตามค่าความหนาแน่น คือ

  1. โพลิเอทิลีนความหนาแน่นต่ำ (Low Density Polyethyleneหรือ LDPE) ความหนาแน่น 0.910 – 0.925 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร
  2. โพลิเอทิลีนความหนาแน่นปานกลาง (Medium Density Polyethylene หรือ MDPE) ความหนาแน่น 0.926 – 0.940 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร
  3. โพลิเอทิลีนความหนาแน่นสูง (High Density Polyethyleneหรือ HDPE) ความหนาแน่น 0.941 – 0.965 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร

บรรจุภัณฑ์อาหาร Low Density Polyethylene

เป็นพลาสติกที่ใช้มากและชื่อสามัญเรียกว่าถุงเย็น มักจะใช้ทำถุงฟิล์มหดและ ฟิล์มยืด ขวดน้ำ ฝาขวด เป็นต้น เนื่องจากยืดตัวได้ดี ทนต่อการทิ่มทะลุและการฉีกขาด พร้อมทั้งสามารถใช้ความร้อนเชื่อมติดผนึกได้ดี โครงสร้างของ PE จะสามารถป้องกันความชื้นได้ดีพอสมควร แต่จุดอ่อนของ LDPE คือ สามารถปล่อยให้ไขมันซึมผ่านได้ง่าย แต่ทนต่อกรดและด่างทั่วๆ ไป นอกจากนี้ LDPE ยังปล่อยให้อากาศซึมผ่านได้ง่าย ด้วยเหตุนี้อาหารที่ไวต่ออากาศ เช่น ของขบเคี้ยว และของทอด เมื่อใส่ในถุงเย็นธรรมดา คุณภาพอาหารจะแปรเปลี่ยนไปเพียงเวลาไม่กี่วัน LDPE ยังมีคุณสมบัติดูดฝุ่นในอากาศมาเกาะติดตามผิว ทำให้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจาก LDPE นี้เมื่อทิ้งไว้นานๆ จะเปรอะด้วยฝุ่น

LLDPE เป็นการผลิตภายใต้สภาวะความดันต่ำ และเริ่มจำหน่ายในตลาดเมื่อปลายปี ค.ศ. 1970 ในปี ค.ศ. 1995 ตลาดโลกของ LLDPE มีมากถึง 10,000 ล้านกิโลกรัม โดยนิยมใช้เป็นชั้นป้องกันความชื้นโดยการเคลือบกับ PE เบื้องหลังแห่งความสำเร็จ คือ มีคุณสมบัติที่เหนือกว่า LDPE ธรรมดา ส่งผลให้ LLDPE แย่งตลาดของ LDPE แต่จุดอ่อนของ LLDPE คือ ขุ่นกว่า LDPE จากคุณสมบัติดังกล่าวจึงนิยมผสมเม็ดพลาสติกทั้ง 2 ประเภทเข้าด้วยกัน โดยมี LDPE และ LLDPE ในอัตราส่วน 50/50

HDPE ประมาณ 1/5 ของพลาสติก PE ที่จะใช้เป็น HDPE และส่วนใหญ่จะเป่าเป็นขวด เนื่องจากความหนาแน่นที่สูง ทำให้ HDPE มีความเหนียวและทนต่อการซึมผ่านได้ดีกว่า PE ที่มีความหนาแน่นต่างๆ กัน แต่ยังไม่สามารถป้องกันการซึมผ่านของก๊าซได้ดีนัก ดังตารางที่ 2.12 จากการใช้ HDPE มาแทนที่ LDPE น้ำหนักของขวดสามารถลดลงได้มากกว่า 40% เนื่องจากสามารถเป่าขวดที่มีผิวบางกว่า นอกจากขวดแล้ว HDPE ยังสามารถใช้เป่าเป็นฟิล์ม หรือทำเป็นถาดที่ไม่ต้องการความใสมากนัก

บรรจุภัณฑ์อาหาร High Density Polyethelene (HDPE)

ตัวอย่างการใช้งานของ PE ที่สำคัญมีดังต่อไปนี้

  1. ใช้ผลิตเป็นถุงร้อน (HDPE) และถุงเย็น (LDPE) สำหรับการใช้งานทั่วไปสามารถหาซื้อได้ง่ายในท้องตลาดทั่วไป ข้อสังเกตถุงร้อนที่ผลิตจาก HDPE จะมีสีขาวขุ่น
  2. ใช้ห่อหรือบรรจุอาหารได้เกือบทุกชนิดโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค แต่ไม่ควรใช้ LDPE กับอาหารร้อน
  3. นิยมใช้ทำถุงบรรจุขนมปัง เนื่องจาก PE ป้องกันการซึมผ่านของไอน้ำได้ดีจึงช่วยป้องกันไม่ให้ขนมปังแห้ง เนื่องจากสูญเสียความชื้นออกไป นอกจากนั้นราคาของ PE ไม่สูงเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับราคาของขนมปัง
  4. นิยมใช้ทำถุงบรรจุผักและผลไม้สด เนื่องจาก PE ยอมให้ก๊าซซึมผ่านได้ดี ทำให้มีก๊าซออกซิเจนซึมผ่านเข้ามาเพียงพอให้พืชหายใจ และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่พืชคายออกมาก็สามารถซึมผ่านออกไปได้ง่าย ในบางกรณีจำเป็นต้องเจาะรูที่ถุงเพื่อช่วยระบายไอน้ำที่พืชคายออกมา
  5. นิยมใช้ LDPE เป็นชั้นสำหรับการปิดผนึกด้วยความร้อน เนื่องจากกระดาษและแผ่นเปลวอะลูมิเนียมซึ่งนิยมนำมาใช้เป็นถุงหรือซองบรรจุอาหาร ไม่สามารถปิดผนึกด้วยความร้อนได้ จึงนิยมนำ LDPE มาประกบติดกับวัสดุต่างๆ เหล่านี้ โดยให้ LDPE อยู่ชั้นในสุด และทำหน้าที่เป็นชั้นสำหรับปิดผนึกด้วยความร้อน ตัวอย่างการใช้งาน เช่น ซองบะหมี่สำเร็จรูป แผ่นปิดถ้วยโยเกิต กล่องนมยูเอชที เป็นต้น
  6. ฟิล์ม PE ชนิดยืดตัวได้ (Stretch Film) นิยมใช้ห่ออาหารสดพร้อมปรุง เนื้อสด และอาหารทั่วไป รูปแบบที่นิยมใช้คือ ใช้รองถาดอาหารแล้วด้วยฟิล์มยืดตัวได้
  7. PE ไม่นิยมใช้เป็นภาชนะบรรจุอาหารที่มีไขมันสูง เช่น เนย ถั่วทอด ขนมขบเคี้ยว

(2) บรรจุภัณฑ์อาหาร โพลิโพรพิลีน (Polypropylene-PP)

PP มักจะรู้จักกันในนามของถุงร้อน ด้วยคุณสมบัติเด่นของ PP ซึ่งมีความใสและป้องกันความชื้นได้ดี มากกว่าครึ่งหนึ่งของ PP ที่นิยมใช้กันจะเป็นรูปของฟิล์ม อย่างไรก็ตาม การป้องกันอากาศซึมผ่านของ PP ยังไม่ดีเท่าพลาสติกบางชนิด เนื่องจากช่วงอุณหภูมิในการหลอมละลายมีช่วงอุณหภูมิสั้นทำให้ PP เชื่อมติดได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฟิล์มประเภท OPP ที่มีการจัดเรียงโมเลกุลในทิศทางเดียวกันจะไม่สามารถเชื่อมติดได้เลย คุณสมบัติเด่นอีกประการหนึ่งของ PP คือ มีจุดหลอมเหลวสูงทำให้สามารถใช้เป็นบรรจุภัณฑ์อาหารสำหรับบรรจุอาหารในขณะร้อน (Hot-Fill)

การใช้งานของ PP กับผลิตภัณฑ์อาหาร

  1. ใช้บรรจุอาหารร้อน เช่น ถุงร้อน (ชนิดใส)
  2. ใช้บรรจุอาหารที่ต้องผ่านความร้อนในการฆ่าเชื้อ โดยที่ PP จะเป็นองค์ประกอบหนึ่งของวัสดุที่ใช้ผลิตซองประเภทนี้ ซึ่งนิยมเรียกว่า retort pouchซองนี้จะสามารถใช้แทนกระป๋องโลหะได้ บางครั้งจึงเรียกว่า Flexible Can
  3. ใช้ทำถุงบรรจุผักและผลไม้
  4. ใช้ทำซองบรรจุอาหารแห้ง เช่น บะหมี่สำเร็จรูป (instant noodle) และอาหารที่มีไขมันอายุการเก็บรักษาไม่สูง เช่น คุกกี้ (cookie) ถั่วทอด เป็นต้น
  5. ใช้ทำกล่องอาหาร ลัง ถาด และตะกร้า

บรรจุภัณฑ์ขนส่งอีกประเภทหนึ่งที่มีการใช้ PP อย่างมากมาย คือ ถุงพลาสติกสาน (Wooven Sacks) ที่มีขนาดบรรจุมาตรฐาน 50 กิโลกรัมซึ่งทนทานต่อการใช้งาน วิวัฒนาการทางด้านนี้ได้ก้าวไปสู่การผลิตถุงขนาดใหญ่ที่บรรจุสินค้าได้ เป็นต้น ที่เรียกว่า FIBC (Flexible Intermediate Bulk Containers) ดังแสดงในรูปที่ 2.24 ซึ่งอาจจะมีหูหิ้ว 1-4 หู

(3) บรรจุภัณฑ์อาหาร โพลิเอทิลีน เทเรฟทาเลต (Polyethylene Terepthalate-PET)

PET บรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการคิดค้นขึ้นมาเพื่อการบรรจุน้ำอัดลม โดยเฉพาะคุณสมบัติเด่นทางด้านความใสแวววับเป็นประกาย ทำให้ได้รับความนิยมในการบรรจุน้ำมันพืชและน้ำดื่ม นอกจากขวดแล้ว PET ในรูปฟิล์มซึ่งมีคุณสมบัติในการป้องกันการซึมผ่านของก๊าซได้เป็นอย่างดี จึงมีการนำไปเคลือบหลายชั้นทำเป็นซองสำหรับบรรจุอาหารที่มีความไวต่อก๊าซ เช่น อาหารขบเคี้ยว เป็นต้น นอกจากนี้ ฟิล์ม PET ยังมีคุณสมบัติเด่นอีกหลายประการ เช่น ทนแรงยืดและแรงกระแทกเสียดสีได้ดี จุดหลอมเหลว แต่ข้อด้อย คือ ไม่สามารถปิดผนึกด้วยความร้อนและเปิดฉีกยาก ทำให้โอกาสใช้ฟิล์ม PET อย่างเดียวน้อยมาก แต่มักใช้เคลือบกับพลาสติกอื่น

Credit: foodnetworksolution.com

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

ไอเดียออกแบบบรรจุภัณฑ์

1. ไอเดียออกแบบบรรจุภัณฑ์

PP (1)

2. ไอเดียออกแบบบรรจุภัณฑ์

PP (3)

3. ไอเดียออกแบบบรรจุภัณฑ์

PP (4)

4. ไอเดียออกแบบบรรจุภัณฑ์

PP (2)

5. ไอเดียออกแบบบรรจุภัณฑ์

PP (6)

6. ไอเดียออกแบบบรรจุภัณฑ์

PP (9)

7. ไอเดียออกแบบบรรจุภัณฑ์

PP (10)

 

 

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

Packaging Ideas and Designs ไอเดียและการออกแบบบรรจุภัณฑ์

1. Packaging design: Spine Vodka

Packaging Design (1)

Packaging Design: This vodka brand gets down to the bare bones of packaging

German designer Johannes Schulz created this inspirational packaging for Spine Vodka. “It was a private project I started after my graduation of an international communication design school in Hamburg, Germany,” he explains. “Spine is a high quality product just like the design, reduced and simple with a consciously ‘twist’ in his message and a memorable name fitting to the project.”

Integrated the spine with the rib cage to communicate a product with a ‘backbone’, the unique 3D design approach sets it aside from its 2D counterparts. “The transparent glass material stands for a product that don’t has to hide something,” Schulz concludes.

2. Packaging design: Helvetica Beer

Packaging-Design-(2)

Packaging Design: A school project turns a typeface into a beer

Students are renowned for like a beer or two. So we weren’t surprised to learn that this cool new packaging design was a school project, designed by Sasha Kischenko at the British Higher School of Art and Design.

Tasked with creating a package design using type only, Kischenko opted to develop a concept for beer from Switzerland’s historical Helvetic republic – so the typeface was an obvious choice.

The sophisticated design centres around a large digit informing you of the alcohol percentage, with a small Swiss Cross logo in the top right. Can colours, silver and black, correspond to lager or stout respectively. A simple but beautiful concept, we could see this product in the hands of many a student if it were ever to become a reality!

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

Top food packaging design tips that’ll make your brand jump off the shelf

1. Packaging Design Tips: Clarity and simplicity

Next time you go to a supermarket, pick a random shelf and browse through some products. Glance at each and ask yourself two very simple questions:

  1. What’s this product for?
  2. What’s the brand behind it?

Packaging Design Tip (1)

A great example of simple, clear yet highly distinctive packaging design.

You’ll be amazed how hard it is to find answers to some of these essential questions in less than four seconds, the maximum time an average consumer will dedicate to any particular product. Now imagine your brand sitting alongside your competitors’ logos. To cut though the clutter, a busy logo isn’t going to do your business any favors. Think about what makes you different — your special sauce — and lead with that. Remember, some of the world’s most successful logos are also the simplest. Here are some packaging design tips for food and consumer products.

2. Packaging Design Tips: Honesty

Have you ever bought a package of cookies and been disappointed that the mouth-watering goodie shown on the package turned out to be a tiny, dry wafer? By depicting a product ten times better than it actually is, you’re misleading and ultimately disappointing the consumer. Poor sales performance and bad brand image often follow.

Packaging Design Tip (2)

This product might taste good, but the packaging is clearly misleading. More packaging v.s. real food comparisons on this site.

This is where honesty comes in. Consumers have nothing against simple, inexpensive products, as long as they know what they’re buying. As a business, you want to sell your service or product by representing the product in the best light possible, but keep in mind that stretching the truth can backfire. Be straightforward with your customers to keep them coming back.

3. Packaging Design Tips: Authenticity

Originality and memorability are at the heart of great brands. Looking at packaging designs, it’s easy to understand why. With hundreds of products out there, all competing for consumers’ attention, the only way to set your brand apart is to be different and authentic.

Packaging Design Tip (3)

This packaging design from Colin Porter Bell is a great example of authentic and memorable packaging design.

If you’re stuck with a generic-looking design, whether it be your logo or a banner ad, it may be time to think outside the box. Inspire your graphic designer by collecting images that remind you of your special sauce – colors, photos or designs from other industries. Hey, you might even want to look at product packaging examples while brainstorming your next book cover.

4. Packaging Design Tips: Shelf impact

From a shopper’s point of view, a product is never seen alone and never in great detail. In the rows and columns we see veritable patterns of products, and it’s not until a certain pattern attracts our attention that we decide to take a closer look. This distinctiveness and appeal of the product when placed on an actual shelf is something retailers call “shelf impact,” and it makes a huge difference in product sales.

Packaging Design Tip (4)

This is what you actually see in a supermarket. Which product caught your attention first?

You should incorporate the concept of shelf impact into your brand messaging. Take a look at your website home page, for example, where you’ll only have a few seconds to convince visitors to stay. Is your design eye-catching? Does the headline entice people to read more? With so many other options available, people need to ‘get’ your message almost immediately.

5. Packaging Design Tips: Extensibility

A product packaging design concept should allow for an easy introduction of a new line extension or a sub-brand. For example, a new brand of apple juice may eventually introduce a cherry flavor under the same brand name, so creating a flexible design is critical from the start.

Packaging Design Tip (5)

Good packaging design allows for easy variations without losing visual appeal.

Always design your materials with the future in mind. When creating a new logo, for instance, tell your designer right off the bat if you plan to add sub-brands. On the web, create a navigation system that allows you to easily add content. And be sure to share any existing brand materials with your designer so that each new piece will contribute to a cohesive look and feel.

6. Packaging Design Tips: Practicality

Practicality deals with the actual functionality of a product, not just the label or wrap. The more practical the product, the more sales it gets – when Heinz turned the ketchup bottle upside down, sales skyrocketed.

Packaging Design Tip (6)

Turning things on their head helped Heinz sell more ketchup when ketchup industry was in growth crisis.

For you, practicality is found in user experience. When planning your website, think about how you’re solving a visitor’s problem and you’ll prevent many usability issues from arising. Easy ways to make your website more practical include eliminating clutter, simplifying navigation, providing a clear call to action and placing your contact information front and center.

Credit: 99designs.com

Designated trademarks and brands belong to their respective owners.

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

ประเภทของบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง

ประเภทของบรรจุภัณฑ์สำหรับเครื่องสำอาง

เรารู้จักบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางกันกี่ชนิด? ลองดูตัวอย่างในรูป แบบที่คุ้นเคยกันมากที่สุดคงเป็นกระปุก ขวด หลอดโฟม ขวดปั๊ม ที่เห็นน้อยหน่อยก็น่าจะเป็น ขวดปั๊มสูญญากาศ หลอดอะลูมิเนียม

หากเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดขอให้เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้สะดวกเถอะ ดีทั้งนั้น แต่หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่เน้นการบำรุง โดยเฉพาะใส่สารต้านอนุมูลอิสระ หรือใส่สารบำรุง (ที่ส่วนใหญ่จะไวต่อการทำปฏิกิริยากับแสง และออกซิเจน) ก็ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ลดการสัมผัสกับแสง และอากาศ ยิ่งถ้าป้องกันการปนเปื้อนจากการใช้งานได้ก็ยิ่งดี เมื่อพิจารณาอย่างนี้แล้วเราก็พอจะสรุปได้ว่า

กระปุกบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง

JPVC28-L18K-(1)

กระปุกบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางไม่เหมาะกับการใส่ครีมบำรุง เพราะเมื่อเราใช้ก็มีโอกาสปนเปื้อนจากมือเราง่าย แถมไม่ปกป้องเนื้อครีมจากแสงและอากาศอีกต่างหาก แต่หลาย ๆ เจ้าก็นิยมใช้ เพราะความคุ้นเคยของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ สามารถตกแต่งให้สวยงามง่าย ต้นทุนการผลิต (และบรรจุ) ไม่สูงนักเมื่อเทียบกับแบบอื่น

ขวดปั๊มบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง

BPE12 500cc (2)

ขวดปั๊มบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางทึบก็กันแสงได้ดีกว่าใส ลดการปนเปื้อนได้ดีกว่ากระปุก แต่ก็ยังเปิดโอกาสให้เนื้อผลิตภัณฑ์สัมผัสกับอากาศ

หลอดโฟมบรรจุภัณฑ์

เหมือนขวดปั๊ม แต่สัมผัสอากาศได้น้อยกว่า

ขวดปั๊มสูญญากาศบรรจุภัณฑ์

แบบทึบกันแสงได้ ป้องกันการปนเปื้อนได้ดีมาก ปกป้องผลิตภัณฑ์จากอากาศ จัดเป็นหนึ่งในรูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่ดีที่สุด

หลอดอะลูมิเนียมบรรจุภัณฑ์

แบบนี้ต่างจากหลอดโฟม ตรงที่เมื่อบีบเนื้อผลิตภัณฑ์ออกมาแล้ว หลอดจะไม่คืนรูปทำให้อากาศกลับเข้าไปไม่ได้ จึงดีเทียบเท่ากับแบบขวดปั๊มสูญญากาศ

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทของบรรจุภัณฑ์เครื่องสำอาง

บริษัท เค.วี.เจ. ยูเนี่ยน จำกัด
70 ถนนพระรามที่ 3
แขวงบางคอแหลม
เขตบางคอแหลม
กรุงเทพฯ 10120

T: 02 289 1996
F: 02 292 1223
E: sales@kvjunion.com
LINE: sirgap

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

การเลือกชนิดพลาสติก

A plastic bottle is a bottle constructed of plastic. Plastic bottles are typically used to store liquids such as water, soft drinks, motor oil, cooking oil, medicine, shampoo, milk, and ink. The size ranges from very small sample bottles to large carboys.

Plastic bottles are formed using a variety of techniques. The choice of material varies depending upon application.

การเลือกชนิดพลาสติกประเภทขวดพลาสติก

1. High Density Polyethylene (HDPE)
High Density Polyethylene (HDPE) is the most widely used resin for plastic bottles. This material is economical, impact resistant, and provides a good moisture barrier. HDPE is compatible with a wide range of products including acids and caustics but is not compatible with solvents. It is supplied in FDA approved food grade. HDPE is naturally translucent and flexible. The addition of color will make HDPE opaque although not glossy. HDPE lends itself readily to silk screen decoration. While HDPE provides good protection at below freezing temperatures, it cannot be used with products filled at over 160 °F (71 °C) or products requiring a hermetic (vacuum) seal.
 

เป็น PE ที่มีความหนาแน่นตั้งแต่ .940 g/cm 3 ขึ้นไป ใช้ทำบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เช่น ขวด, แผงบรรจุยา,ภาชนะบรรจุเครื่องสำอาง, เครื่องใช้ในบ้าน, ของเด็กเล่น, รองเท้า,เสื่อ,เชือก, แห, อวน,ฉนวนหุ้มสายไฟ และสายเคเบิ้ล,วัสดุเคลือบผิว,ท่อน้ำชนิดแข็ง,ท่อน้ำมัน, ถุงหูหิ้ว, ถุงขยะ, ชิ้นส่วนรถยนต์, ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า

 
2. Low Density Polyethylene (LDPE)
Low Density Polyethylene (LDPE) is similar to HDPE in composition. It is less rigid and generally less chemically resistant than HDPE, but is more translucent. LDPE is used primarily for squeeze applications. LDPE is significantly more expensive than HDPE.
 

เป็น PE ที่มีความหนาแน่น .910-.925 g/cm3 ใช้ทำถุงเย็น, ถุงซิป, ฟิล์มด้านการเกษตรท่อน้ำหยด, เป็นฉนวนหุ้มสายไฟ และสายเคเบิ้ล, ของใช้ในบ้าน, ของเด็กเล่น, สายน้ำเกลือ, ขวดน้ำเกลือ, ดอกไม้พลาสติก, หลอดยาสีฟัน, รองเท้า, ฟิล์มห่อรัดรูป (shrink film) และทำวัสดุเคลือบผิว

 
3. Polyethylene Terephthalate (PET, PETE or PETG)
Polyethylene Terephthalate (PET, PETE or polyester) is commonly used for carbonated beverage, water bottles and many food products. PET provides very good alcohol and essential oil barrier properties, generally good chemical resistance (although acetones and ketones will attack PET) and a high degree of impact resistance and tensile strength. The orienting process serves to improve gas and moisture barrier properties and impact strength. This material does not provide resistance to very high temperature applications—max. temp. 200 °F (93 °C).
 

เป็นโพลิเอสเตอร์เชิงเส้นตรงที่อิ่มตัวที่สำคัญที่สุด ถูกใช้งานในรูปของเส้นใยสังเคราะห์เป็นส่วนใหญ่ แต่มีข้อเสียคือ ฝุ่น และสิ่งสกปรกเกาะติดได้ง่าย ดูดซับเหงื่อได้ไม่ดี จึงนิยมผสมกับผ้าฝ้าย ในรูปของแผ่นฟิล์มที่ผลิตจาก PET มีความเหนียว และใส มักจะใช้ในงานเกี่ยวกับอาหาร และยา, ในรูปของ จาน ชาม สามารถแช่ตู้เย็น, อุ่นในหม้อน้ำเดือด จนถึงเสริฟบนโต๊ะอาหารได้เลย, ในรูปของขวดเพ็ท (โดยวิธีเป่ายืด = Stretch-Blow Moulding) ขวดเพ็ทนี้จะใสเหนียว ไม่แตกง่ายๆ ทนต่อความดันก๊าซได้สูง ทั้งยังผ่าน FDA (คณะกรรมการอาหารและยา) เรียบร้อยแล้ว ใช้บรรจุน้ำอัดลม, บรรจุอาหาร, สุรา, ยา, เครื่องสำอาง

 
4. Polyvinyl Chloride (PVC)
Polyvinyl Chloride (PVC) is naturally clear, has extremely good resistance to oils, and has very low oxygen transmission. It provides an excellent barrier to most gases and its drop impact resistance is also very good. This material is chemically resistant, but it is vulnerable to solvents. PVC is an excellent choice for salad oil, mineral oil, and vinegar. It is also commonly used for shampoos and cosmetic products. PVC exhibits poor resistance to high temperatures and will distort at 160 °F (71 °C), making it incompatible with hot filled products. It has attained notoriety in recent years due to potential health risks.
 

พีวีซี เป็นเทอร์โมพลาสติกที่มีการใช้งานอย่างกว้างขวาง มีคุณสมบัติที่สำคัญคือ เมื่อติดไฟจะดับได้ด้วยตัวเอง ทนต่อน้ำ, น้ำมัน,กรด,ด่าง,แอลกอฮอล์ และสารเคมีต่างๆ ยกเว้นคลอรีน ทนต่อการขัดถู เป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดี และเนื่องจาก PVC มีคุณสมบัติแข็งแต่เปราะ และสลายตัวได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับความร้อน และแสงแดด ดังนั้นจึงมักนำ PVC ไปทำ Compounding ก่อน โดยเติมสารเติมแต่งต่างๆ เช่น stabilizer, plasticizer เป็นต้น ตัวอย่างการใช้งาน เช่น ใช้ทำท่อ ข้อต่อ ฉนวนหุ้มสายไฟ สายเคเบิ้ล แผ่นพลาสติก ฟิล์ม หนังเทียม รองเท้า บัตรเครดิต ทำจานแผ่นเสียง อุปกรณ์รถยนต์ ขวดพลาสติก ของเด็กเล่น

 
Polypropylene (PP)
Polypropylene (PP) is used primarily for jars and closures and provides a rigid package with excellent moisture barrier. One major advantage of polypropylene is its stability at high temperatures, up to 220 °F (104 °C). Polypropylene is autoclavable and offers the potential for steam sterilization. The compatibility of PP with high filling temperatures is responsible for its use with hot fill products. PP has excellent chemical resistance, but provides poor impact resistance in cold temperatures.
 

เป็นพลาสติกประเภทเทอร์โมพลาสติกที่เบาที่สุด มีสมบัติเชิงกลดีมาก เหนียว ทนต่อแรงดึง แรงกระแทกและทรงตัวดี มีจุดหลอมตัวที่ 165 C ไอน้ำและออกซิเจนซึมผ่านได้ต่ำ เป็นฉนวนไฟฟ้าที่ดีมาก มีการนำเอา PP ไปใช้งานในลักษณะเดียวกับ PE เมื่อต้องการให้มีคุณสมบัติที่ดีขึ้น PP ได้ถูกนำไปใช้งานอย่างกว้างขวาง ตัวอย่างเช่น ใช้ทำถุงร้อน ฟิล์มใส ฟิล์มห่อหุ้ม หรือบรรจุอาหารที่ไม่ต้องการให้ออกซิเจนซึมผ่าน พลาสติกหุ้มซองบุหรี่ เชือก แห อวน ถังน้ำมัน ชิ้นส่วนรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ ภาชนะเครื่องใช้ในครัวเรือน เป็นต้น

 
5. Polystyrene (PS)
Polystyrene (PS) offers excellent clarity and stiffness at an economical cost. It is commonly used with dry products including vitamins, petroleum jellies, and spices. Styrene does not provide good barrier properties, and exhibits poor impact resistance.
 

เป็นโพลิเมอร์ที่จัดเป็นพวกเทอร์โมพลาสติกที่มีการจัดเรียงตัวภายในโมเลกุลเป็นแบบอะเท็กติก (atactic) ทำให้อยู่ในรูปของโพลิเมอร์อสัณฐาน (amorphous) จึงมีลักษณะโปร่งแสงและใส นอกจากนี้ PS ยังมีคุณสมบัติเด่นๆ อีกคือ มีความแข็งมาก ไม่ยืดหยุ่น และเปราะ ไม่ดูดความชื้นและน้ำ ไม่มีรส ไม่มีกลิ่น เป็นฉนวนไฟฟ้า มีอุณหภูมิกลาสทรานซิชั่น (Tg) ประมาณ 100 C จึงทนความร้อนได้ต่ำถ้าสัมผัสกับแสงแดดที่อุณหภูมิสูงเป็นเวลานานๆ อาจเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและเกิดรอยแตกได้ เฉื่อยต่อสารเคมี ทนต่อกรดแก่และเบสแก่ กันการซึมผ่านของก๊าซได้ดี อีกทั้งยังขึ้นรูปแบบต่างๆ ได้ง่ายอีกด้วย PS ได้ถูกนำไปใช้งานอย่างกว้างขวาง เช่น ใช้ทำอุปกรณ์เครื่องเขียน, เครื่องประดับ

 
6. K-Resin (SBC)
K-Resin (SBC) is ideally suited to a wide variety of packaging applications by virtue of its sparkling clarity, high gloss, and impact resistance. K-Resin, a styrene derivative, is easily processed on polyethylene equipment. It is suitable for packaging many products but is specifically incompatible with fats and unsaturated oils or solvents. This material is frequently used for display and point-of-purchase packaging.
 

Credit: wikipedia.com

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกชนิดพลาสติก

บริษัท เค.วี.เจ. ยูเนี่ยน จำกัด
70 ถนนพระรามที่ 3
แขวงบางคอแหลม
เขตบางคอแหลม
กรุงเทพฯ 10120

T: 02 289 1996
F: 02 292 1223
E: sales@kvjunion.com
LINE: sirgap

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

ยางเทอร์โมพลาสติก Thermoplastic Elastomer

ยางเทอร์โมพลาสติก

Thermoplastic elastomers (TPE), sometimes referred to as thermoplastic rubbers, are a class of copolymers or a physical mix of polymers (usually a plastic and a rubber) which consist of materials with both ยางเทอร์มอพลาสติก thermoplastic and elastomeric properties. While most elastomers are thermosets, thermoplastics are in contrast relatively easy to use in manufacturing, for example, by injection molding. Thermoplastic elastomers show advantages typical of both rubbery materials and plastic materials. The principal difference between thermoset elastomers and thermoplastic elastomers is the type of crosslinking bond in their structures. In fact, crosslinking is a critical structural factor which contributes to impart high elastic properties.

For more information on our TPE plastic injection and blowing services, call us at T: +662 289 1996

ยางเทอร์โมพลาสติก คือ ยางที่นำไปขึ้นรูปได้เหมือน เทอร์โมพลาสติก จึงนำไปผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีรูปร่างต่างๆ ได้สะดวกและรวดเร็ว ทำเป็นสีสันต่างๆได้ รวมทั้งนำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้ ปัจจุบันมีความสนใจนำยางเทอร์โมพลาสติกมาใช้มากขึ้นในการผลิตชิ้นส่วนยางต่างๆ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ อุปกรณ์กีฬา เครื่องใช้สอยในชีวิตประจำวัน แต่ยางเทอร์โมพลาสติกที่ใช้อยู่ในปัจจุบันผลิตมาจากโพลิเมอร์สังเคราะห์

ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกยางธรรมชาติมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก การสร้างมูลค่าเพิ่มให้ยางธรรมชาติจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประเทศไทย การพัฒนายางเทอร์โมพลาสติกจากยางธรรมชาติเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มจากยางธรรมชาติได้ 2-3 เท่า อีกทั้งยังเป็นการขยายขอบเขตการใช้งานของยางธรรมชาติ ช่วยให้เกิดการนำยางธรรมชาติไปใช้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการพัฒนาวัสดุจากธรรมชาติตรงตามแนวโน้มความต้องการด้านวัสดุของโลกที่พยายามลดการใช้วัสดุที่ผลิตจากปิโตรเลียม

ยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติก ใช้วัตถุดิบจากยางธรรมชาติและเม็ดพลาสติกที่ผลิตได้ในประเทศไทย เม็ดยางธรรมชาติเทอร์โมพลาสติกสามารถนำมาขึ้นรูปได้ด้วยเครื่องมือขึ้นรูปพลาสติก เช่น เครื่องฉีดพลาสติก เครื่องอัดรีด เครื่องอัดเบ้า เป็นต้น

Credit: nstda.or.th

 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับยางเทอร์โมพลาสติก Thermoplastic Elastomer

บริษัท เค.วี.เจ. ยูเนี่ยน จำกัด
70 ถนนพระรามที่ 3
แขวงบางคอแหลม
เขตบางคอแหลม
กรุงเทพฯ 10120

T: 02 289 1996
F: 02 292 1223
E: sales@kvjunion.com
LINE: sirgap

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →

What is Bioplastic?

Bioplastic

Bioplastics are plastics derived from renewable biomass sources, such as vegetable fats and oils, corn starch, pea starch or microbiota. Common plastics, such as fossil-fuel plastics, are derived from petroleum- these plastics rely more on fossil fuels and produce more greenhouse gas. Some, but not all, bioplastics are designed to biodegrade. Biodegradable bioplastics can break down in either anaerobic or aerobic environments, depending on how they are manufactured. There is a variety of materials that bioplastics can be composed of, including: starches, cellulose, or other biopolymers. Some common applications of bioplastics are packaging materials, dining utensils, food packaging, and insulation.

Bioplastic

Biodegradable bioplastics are used for disposable items, such as packaging and catering items (crockery, cutlery, pots, bowls, straws). They are also often used for bags, trays, containers for fruit, vegetables, eggs and meat, bottles for soft drinks and dairy products, and blister foils for fruit and vegetables.

Nondisposable applications include mobile phone casings, carpet fibres, and car interiors, fuel line and plastic pipe applications, and new electroactive bioplastics are being developed that can be used to carry electrical current. In these areas, the goal is not biodegradability, but to create items from sustainable resources.

Medical implants made of PLA, which dissolve in the body, save patients a second operation. Compostable mulch films for agriculture, already often produced from starch polymers, do not have to be collected after use and can be left on the fields.

Credit: wikipedia.com
.

Posted in: Knowledge

Leave a Comment (0) →
Page 1 of 5 12345

Facebook